วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Bing Maps แผนที่จาก Microsoft เพิ่มความแม่นยำการคำนวณระยะเวลา ด้วยเทคโนโลยี Clearflow

,
Bing Maps บริการแผนที่จาก Microsoft เพิ่มความแม่นยำการคำนวณระยะเวลาในการเดินทาง ด้วยการใช้เทคโนโลยี Clearflow ในการคำนวณสภาพการจราจรของตัวเองในทุกประเทศแล้ว หลังทดลองใช้ในสหรัฐอเมริกา
Bing Maps

Microsoft ได้กล่าวว่า Bing Maps ตอนนี้มีข้อมูลสภาพการจราจรของทั่วโลก รวมไปถึงยังมีเทคโนโลยี Clearflow ที่ใช้ทำนายสภาวะการจราจรในถนนรองที่ไม่มีข้อมูลการจราจรได้ ซึ่งทดลองใช้แล้วทำงานได้ดีในสหรัฐอเมริกา และตอนนี้จะนำมาใช้กับทุกประเทศที่มีข้อมูลการจราจรใน Bing Maps

โดยเมื่อเลือกเส้นทางการเดินทางแล้ว จะมีการคำนวณระยะทางและเวลามาให้ และนอกจากนี้ ยังสามารถกดให้แสดงเส้นทางที่ดีกว่า เร็วกว่า โดยดูจากสภาพจราจรในตอนนั้นได้อีกด้วย ซึ่งจะอาศัยข้อมูลสภาวะการจราจรแบบสดๆ และ การคาดคะเนข้อมูลการจราจรบนถนนอื่นๆ

Bing Maps ของ Microsoft ใช้แผนที่จาก Nokia และค่อยๆเพิ่มฟังก์ชันต่างๆ เพื่อสู้กับคู่แข่งเบอร์ใหญ่เช่น Google ที่ผู้ใช้นิยมมากกว่า โดยเทคโนโลยีใหม่ที่ Microsoft นำมาใช้จะดีกว่าหรือไม่ ต้องพิสูจน์ด้วยผู้ใช้ต่อไป

ที่มา Bing

Read more

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมาก สำหรับคอมพิวเตอร์ และเป็นอุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร์ที่ค่อนข้างจะเสียง่าย

,
ที่มาของข้อมูล Notebook Spec.com
ฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมาก สำหรับคอมพิวเตอร์ และเป็นอุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร์ที่ค่อนข้างจะเสียง่าย ถ้าผู้ใช้ ใช้อย่างไม่ระมัดระวัง ฉนั้นทางที่ดีเราควรจะตรวจสอบการทำงานของฮาร์ดดิสก์เป็นประจำ ให้ติดเป็นนิสัยไว้ เพื่อจะได้ไม่เสียใจภายหลัง เมื่อฮาร์ดดิสก์พัง แล้วเอาข้อมูลของเราไปด้วย โปรแกรมที่จะใช้ในการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของฮาร์ดดิสก์นั้นมีอยู่หลายตัว แต่มีตัวหนึ่งที่โด่ดเด่น ได้แก่ HD Tune Pro
HD Tune Pro เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการทดสอบประสิทธิภาพ (Performance) และตรวจสอบประสิทธิภาพ ของฮาร์ดดิสก์ ?โดยโปรแกรมทำงานเกี่ยวกับฮาร์ดดิสก์ได้หลายอย่าง เช่น ต้องการทดสอบการทำงานว่า ฮาร์ดดิสก์ ทำงานปกติหรือไม่? ต้องการทดสอบความเร็วในการอ่าน และ เขียนของฮาร์ดดิสก์เพื่อใช้ในการตัดสินใจเลือกฮาร์ดดิสก์ ?ต้องการทดสอบอุณภูมิของตัวฮาร์ดดิสก์ ?สามารถ Benchmark Read/Write วัดประสิทธิภาพของฮาร์ดดิสก์ได้ด้วย และที่สำคัญโปรแกรมสามารถสแกนหาพื้นที่ error ในฮาร์ดดิสก์ หรือที่เรียกว่า Bad Sectorได้อีกด้วย
HD Tune Pro เป็นโปรแรกมที่ต้องเสียเงินซื้อนะครับ แต่เราสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมแบบ Trial มาทดลองใช้ได้ 15 วัน ซึ่งเวอร์ชันปัจจุบันได้แก่ เวอร์ชัน 4.61 สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่
โปรแกรมทำอะไรได้บ้าง
HD Tune Pro ทำงานได้กับฮาร์ดดิสก์ที่เป็นแบบจานหมุน และ SSD (Solid-State Drive) ซึ่งมีฟังก์ชันในการทำงานดังนี้
  • Benchmark : ตรวจวัดประสิทธิภาพการทำงานของฮาร์ดดิสก์โดยรวมทั้งอ่านและเขียน
  • File Benchmark : ตรวจวัดประสิทธิภาพการอ่านและเขียนไฟล์ของฮาร์ดดิสก์
  • Random Access : ตรวจวัดประสิทธิภาพแบบสุ่มในการเข้าถึงไฟล์ของฮาร์ดดิสก์ทั้งอ่านและเขียนไฟล์
  • Cache Test : ทดสอบการทำงาน? Cache ของฮาร์ดดิสก์
  • Info : แสดงรายละเอียดของฮาร์ดดิสก์
  • Health : เช็คสถานะภาพ (สุขภาพ) ของฮาร์ดดิสก์ และข้อมูลในฮาร์ดดิสก์
  • Error Scan : ทำการสแกนพื้นผิวของฮาร์ดดิสก์ว่ามีการ Error หรือไม่ (BAD SECTOR) ?
  • Erase : ลบข้อมูลในฮาร์ดดิสก์แบบกู้ไม่ได้ เพื่อประโยชน์ในด้าน ปลอดภัยของข้อมูลสำคัญ
  • Disk Monitor : เฝ้าสังเกตการณ์การทำงานของฮาร์ดดิสก์
  • Folder View : แสดงให้เห็นถึงการใช้พื้นที่ดิสก์สำหรับแต่ละโฟลเดอร์
  • AAM : ช่วยลดเสียงรบกวนของฮาร์ดดิสก์ หรือ เพิ่มประสิทธิภาพ
  • Temperature display : แสดงอุณหภูมิของฮาร์ดดิสก์
ทั้งนี้ HD Tune Pro ยังสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์เก็บข้อมูลอื่นๆ ได้อีก เช่น Memory cards, USB Sticks, iPods
ความต้องการของระบบ
  • Windows XP 32/64-bit , Windows Vista 32/64-bit, Windows 7 32/64-bit,Windows 8 32/64-bit , Windows 2003 Server
  • พื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ 10 MB
การใช้งาน
?สำหรับบทความนี้ ผมจะเขียนถึงฟังก์ชันหลักๆ ที่เราควรรู้ว่าใช้กันอย่างไร สำหรับ HD Tune Pro อาจจะยาวสักนิด สำหรับบทความนี้? คิดว่าเป็นคู่มือฉบับย่อ ก็ได้ครับ
เรามาทำความรู้จักกับโปรแกรมว่ามีอะไรอยู่บ้าง ในหน้าแรกของโปรแกรม
1. Select hard drive ? ฮาร์ดดิสก์ที่กำลังตรวจสอบ
2. Show temperature statistics ? คลิกที่ปุ่มนี้จะมีหน้าแสดงสถิติของอุณหภูมิของฮาร์ดดิสก์
3. Current temperature display ? แสดงอุณหภูมิปัจจุบัน
4. Copy results or info to clipboard ? ปุ่มก็อปปี้ผลการการตรวจสอบลงเก็บไว้ที่ Clipboard
5. Copy screenshot to clipboard ? ปุ่มทำ screenshot ภาพของโปรแกรมเก็บไว้ที่ Clipboard
6. Save screenshot as png file ? ปุ่มเซฟภาพ screenshot ภาพเป็นไฟล์ .png
7. Options ? ปุ่มเปิดหน้าต่าง Option เพื่อการปรับแต่งโปรแกรม
8. Minimize to tray ? ย่อโปรแกรมไว้ที่ Tray
9. Exit program ? ออกจากโปรแกรม
10. Select function ? แท็บใช้งานต่างๆ ของโปรแกรม
11.Menu ? เมนูบาร์ของโปรแกรม
Benchmark
มาดูแท็บสำคัญการทำ Benchmark ฮาร์ดดิสก์เพื่อดูว่าฮาร์ดดิสก์ของเรานั้นแรงขนาดไหน ในการ Benchmark ทำได้ทั้ง การอ่าน (Read) ทำในขณะที่ฮาร์ดดิสก์มีข้อมูลอยู่ และการเขียน (Write) ทำกับฮาร์ดดิสก์ที่ไม่มีข้อมูลใดๆ อยู่ ?เมื่อเลือกฮาร์ดดิสก์ที่ต้องการ แล้ว คลิกที่ Start
มาดูความหมายของคำต่างๆ ในการ Benchmark กัน
  • Transfer rate : ได้แก่อัตราการถ่ายโอนข้อมูลของฮาร์ดดิสก์ ให้ดูที่กราฟแกนแนวนอน ( แกน X) จะแสดงตำแหน่งข้อมูลเป็น gigabytes (gB) แกนแนวตั้ง (แกน Y) จะแสดงอัตราการถ่ายโอนข้อมูลเป็นความเร็ว ?เมกกะไบต์ต่อวินาที (MB/s.)
  • Access time : เวลาในการเข้าถึงโดยเฉลี่ยวัดและแสดงเป็น มิลลิวินาที (ms) โดยแสดงในกราฟเป็นจุดสีเหลือง
  • Burst rate : เป็นค่าความเร็ว ที่สามารถส่งข้อมูลได้สูงสุด ณ เวลาที่โอนถ่ายข้อมูลแบบต่อเนื่องกัน จากตัวไดร์ฟ (IDE, SATA, SCSI, USB,..) สู่ระบบปฏิบัตการ (OS) วัดเป็น เมกกะไบต์ต่อวินาที
  • CPU usage : แสดงการใช้กำลังของ ?CPU ในขณะที่มีการถ่ายโอนข้อมูลจากระบบสู่ฮาร์ดดิสก์วัดเป็นเปอร์เซนต์ (%)

?
Read more

Promote additional domain controller for Server 2008R2

,
องค์กรที่เลือกใช้ Domain controller สำหรับจัดการในเรื่อง ตรวจสอบสิทธิ์การล็อคอินเข้าระบบ หรือ ใช้อ้างอิง Permission ในการเข้าถึงทรัพยากรณ์ที่แชร์ไว้ในระบบ. การมี Domain controller เพียงเครื่องเดียวเป็นเรื่องที่ควรหลีกเลี่่ยงเป็นอย่างยิ่ง  อย่างน้อยต้องมี 2 เครื่อง ทำหน้าที่ Active/Active หากเครื่องใดล่ม ที่เหลืออีกเครื่องสามารถซัพพอร์ตได้ทันที  ช่วยให้เสถียรภาพของระบบมีความมั่นคงมากขึ้นครับ  
ขั้นตอนการ Promote additional domain หรือ Domain controller เครื่องที่ 2
1.เริ่มต้นด้วยการติดตั้ง Role "Active Directory Domain Service" ก่อนครับ ขั้นตอนไม่ซับซ้อนสามารถทำตามที่ Wizard แนะนำไปทีละ Step ได้ครับ






















2.เมื่อติดตั้ง Role เสร็จแล้ว ภายใต้เมนู Role เลือก Active Directory Domain Service ตามด้วยคลิกที่ลิงค์ "Run Active Directory Domain Service Installation Wizard (Dcpromo.exe)





















3.หน้าจอ Welcome screen คลิก Next >

























 
4. หน้าจอ Operating System Compatibility คลิก Next >



























5. หน้าจอ Choose a Deployment Configuration เลือก "Add a domain controller to an existing domain" ตามรูปครับ























 


6. หน้าจอ Network Credentials ป้อนชื่่อ Domain controller ที่ท่านต้องการเข้าร่วมในลักษณะ Additional Domain controller และที่ Alternate credential กดปุ่ม Set เพื่อป้อน User name and Password ของ Domain admin ของเครื่อง Primary domain controller
























7.หน้าจอ Select a Domain คลิก Next >


























8. หน้าจอ Select a Site คลิก Next >


























9.หน้าจอ Additional Domain Controller Options ให้เลือก DNS server เพื่อให้เครื่องเซิฟเวอร์นี้ทำหน้าที่แบ็คอัพ DNS ด้วย


























10. หน้าจอ Location for Database , Log Files , and SYSVOL คลิก Next >
จุดนี้ระบบมีข้อแนะนำเพื่อประสิทธิภาพที่ดี Database folder กับ Log files folder ควรแยกเก็บต่าง Volumes กันครับ

























 
11. หน้าจอ Directory Services Restore Mode Administrator Password ป้อน Password สำหรับใช้ในกรณีมีสถานะการณ์ที่ต้อง Restore Windows Server 2008R2 จากการ Backup.
ก่อนจะ Restore ได้ ต้องรีสตาร์ทเครื่อง ตามด้วย กด F8 เลือก Options : Directory Services Restore Mode เสร็จแล้วใช้ Password ชุดนี้ในการล็อคอินครับ

 























 
12.หน้าจอ Summary จะสรูปรายการที่ท่านกำหนดค่า หรือเลือก Options ทั้งหมดจากด้านบน เมื่อตรวจสอบรายการแล้ว ต้องการกลับไปแก้ไขรายการ คลิก < Back หรือคลิก Next > เพื่อเริ่มต้นติดตั้ง Additional domain controller

























 

13.ระบบเริ่มขั้นตอนการติดตั้ง Additional domain controller เลือก Reboot on completion เพื่อให้เซิฟเวอร์รีสตาร์ทหลังจากดำเนินการเสร็จสิ้น  สำหรับระยะเวลาขึ้นอยู่กับจำนวน Record , Objects , GPO บนเครื่อง Primary domain controller ครับ  เสร็จแล้วครับ
Read more

หลักการพิจารณาก่อนซื้อโน้ตบุ๊ค

,
เวลาที่จะเลือกซื้อโน้ตบุ๊คใหม่สักเครื่อง บางท่านอาจยังรู้สึกสงสัยว่า โดยปกติแล้วเราต้องพิจารณาส่วนใดบ้างก่อนการตัดสินใจซื้อ วันนี้เราลองมาทำสรุปในเรื่อง “หลักพิจารณา สำหรับการเลือกซื้อโน้ตบุ๊คกันครับ”
Notebook-HP-G42-431BR_3
วัตถุประสงค์การใช้งานหัวข้อนี้เป็นเรื่องหลัก คือการเลือกสเป๊กของอุปกรณ์ ซึ่งคล้ายกับการเลือกซื้อสิ่งของอื่นๆ
ยกตัวอย่างเช่น หากเราต้องการซื้อแอร์ ก็ต้องดูขนาดของห้อง หรือต้องการซื้อหม้อหุงข้าว
ก็ต้องดูว่าอยู่กันกี่คน เป็นต้นครับ
สำหรับโน้ตบุ๊ค ก็ต้องตั้งคำถามก่อนซื้อสักนิดว่าซื้อไปใช้งานในลักษณะใด เช่น พิมพ์งาน  อินเตอร์เน็ต  แชท ดูยูทูบ ฟังเพลง เฟซบุ๊ก แต่งรูป เล่นเกม เขียนบล็อก เขียนโปรแกรม อื่นๆ  หากท่านชอบสะสมหนัง ก็ต้องโฟกัสที่ขนาดของฮาร์ดดิสก์ หรือหากท่านเดินทางบ่อย ก็ต้องดูในส่วนของแบตเตอรี่เป็นพิเศษ เพื่อให้การใช้งานนอกสถานที่ของท่านนั้นเป็นไปอย่างราบรื่นครับ
การเลือกซื้อโน้ตบุ๊คต้องพิจารณาอุปกรณ์ใดบ้าง
แบตเตอรี่ (Battery)
เลือกซื้อแบตเตอรี่โน็ตบุ๊ค
ท่านที่ใช้งานโน้ตบุ๊คนอกสถานที่เป็นประจำ แบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆ เลยทีเดียวครับ หากแบตเตอรี่ของท่านมีระยะการใช้งานนาน ท่านสามารถตัดความกังวลได้ในเรื่องของงานที่ยังทำไม่เสร็จ แต่เครื่องเกิดดับไปเสียก่อน ซึ่งแบบนี้มันทำให้เสียฟีลลิ่งครับ 

สำหรับวิธีการเลือกซื้อ คือให้ตรวจสอบที่ประเภทของแบตเตอรี่ โดยเลือกใช้เป็น Lithium-ion ครับ เนื่องจากมีน้ำหนักเบา ช่วยให้น้ำหนักรวมของโน้ตบุ๊คของท่านไม่หนักจนเกินไป
ข้อดีอีกประการของแบตเตอรี่ Lithium-ion คือ ระยะเวลาในการ Rechange น้อยกว่าประเภทอื่นๆ
สำหรับประเภทของแบตเตอรี่ จะมี Label ติดอยู่ที่อุปกรณ์ครับ
ในส่วนของระยะเวลา ท่านสามารถแจ้งความต้องการกับผู้ขายได้ ต้องการระยะเวลาซัพพอร์ตแบตเตอรี่กี่ชั่วโมง เช่น 4 , 6 หรือ 9 ชั่วโมง เป็นต้น ผู้ขายจะได้แนะนำโน้ตบุ๊ครุ่นที่สอดคล้องกับความต้องการของท่านครับ
หรือในกรณีที่ท่านมีโน้ตบุ๊ครุ่นที่ชอบอยู่แล้ว แต่แบตเตอรี่ซัพพอร์ตเพียง 4 ชั่วโมง ก็สามารถแจ้งขออัพเกรดได้ก่อนนำโน้ตบุ๊คกลับบ้านครับ
(การขออัพเกรดมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
รูปตัวอย่างวิธีการดูประเภทของแบตเตอรี่
ประเภทของแบตเตอรี่
ฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk)
สำหรับ “หลักพิจารณาในการเลือกฮาร์ดดิสก์” สำหรับโน๊ตบุ๊คมี 2 ประการ
ประการแรกคือ พื้นที่จัดเก็บข้อมูล ประการที่ 2 คือ อัตราการโอนถ่ายข้อมูล

หากท่านต้องการพื้นที่มากสำหรับเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น หนัง  เพลง หรือวิดีโอที่ถ่ายตอนท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ แนะนำ SATA Hard Disk ขนาด 1 TB ขึ้นไปครับ แต่หากท่านสนใจเรื่องความเร็วเป็นหลัก และชื่นชอบโน้ตบุ๊คที่มีขนาดเล็ก เบา ประหยัดไฟ และท่านเป็นผู้ไม่เกี่ยงด้านงบประมาณ ท่านสามารถเลือกใช้ Solid State Drive ได้ครับ (โน้ตบุ๊คที่ใช้ Solid State Drive ราคาจะค่อนข้างสูง ส่วนใหญ่จะใช้กับโน้ตบุ๊คราคา 30,000 บาทขึ้นไป)
รูปภาพอ้างอิงขนาดระหว่าง SATA Hard Disk กับ Solid state drive
 Sata vs Solid state drive
ด้วยขนาดของ Solid State Drive ที่มีขนาดเล็ก และเกิดความร้อนในขณะทำงานน้อย เมื่อเทียบกับ SATA Hard Disk ดังนั้น Solid state drive จึงเอื้อประโยชน์กับโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ เพราะน้ำหนักเบา พกพาได้สะดวกยิ่งขึ้นครับ ส่วนเรื่องอัตราการโอนถ่ายข้อมูล จากผลการทดสอบก๊อบปี้ข้อมูลขนาด 1 GB นั้น SATA Hard Disk  ใช้เวลา 40 วินาที ส่วน Solid State Drive ใช้เวลาเพียง 7-10 วินาทีครับ

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าท่านจะเลือกใช้ฮาร์ดดิสก์ชนิดไหน ควรมี External Hard Disk เพิ่มอีก 1 หน่วยครับ เนื่องจากฮาร์ดดิสก์หน่วยเดียวหากชำรุด ท่านจะต้องเสียข้อมูลทั้งหมดไป 
ต้องค้นหา จัดทำใหม่ เพื่อความไม่ประมาท ควรแบ็คอัพข้อมูลจากโน้ตบุ๊คสำเนาไว้ที่ External Hard Disk อีกหนึ่งชุดครับ
หน่วยความจำ (Memory)
เวลาเลือกซื้อโน้ตบุ๊ค ต้องดูในส่วน Maximum Upgrade ของ Memory ด้วยครับ  ว่าสามารถอัพเดทได้สูงสุดเท่าไร เช่น 8 GB หรือ 16 GB เป็นต้น

สำหรับการตัดสินใจตอนซื้อโน้ตบุ๊ค ว่าควรเลือกใช้ Memory ที่สเป๊กเท่าไร ให้พิจารณาจากลักษณะการใช้งานของท่านเอง เช่นหากจะซื้อเครื่องสำหรับพิมพ์งาน อินเตอร์เน็ต ดูหนัง
ฟังเพลง หรือเล่นเฟซบุ๊ค  Memory ควรอยู่ที่ประมาณ 2-4 GB ครับ
แต่หากเป็นผู้ชอบเล่นเกม หรือใช้เครื่องสำหรับ Virtual Machine แนะนำ Memory อยู่ที่ 8 GB เป็นอย่างน้อยครับ
Memory
หน่วยประมวลผล (CPU)
CPU
CPU (Central Processing Unit) ไม่ว่าท่านจะพิมพ์งาน แชทกับเพื่อน เข้าเว็บไซต์ ทุกๆ ความต้องการของท่านที่พิมพ์ผ่านคีย์บอร์ด หรือคลิกเม้าส์ จะถูกส่งไปให้ CPU ทำหน้าที่ประมวลผลความต้องการนั้นๆ  จากนั้น CPU จะส่งต่อความต้องการนั้นไปให้อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อ ท้ายสุดคือแสดงผลลัพธ์ที่หน้าจอของท่าน หรือส่งงานที่ประมวลผลแล้วไปปรินต์ออกที่ปรินเตอร์ เป็นต้น
ตัวอย่างผลลัพธ์อื่นๆ เช่น เปิดหน้าเว็บ โพสต์รูปจากคอมพ์ไปแสดงผลลัพธ์บนเว็บไซต์ หรือโหลดข้อมูลจากเว็บไซต์มาเก็บที่ฮาร์ดดิสก์ในเครื่อง เป็นต้น ถ้าเป็นนักฟุตบอลจัดได้ว่าเป็น Playmaker ของทีมเลยก็ว่าได้

วิธีการเลือก แนะนำให้ใช้ “ลักษณะการใช้งานประจำของท่าน” เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจครับ เช่นหากท่านไม่ได้เล่นเกม และไม่ได้ใช้เครื่องเพื่อตัดต่อวิดีโอ หรือทำงานที่เกี่ยวข้องกับฐานข้อมูล แนะนำ CPU=Core I3 หรือเทียบเท่า
แต่หากท่านใช้งานอย่างหนึ่งอย่างใดจากที่กล่าวมาข้างต้นนี้ แนะนำ Core I5-I7 หรือเทียบเท่าครับ เพื่อป้องกันปัญหาโหลดข้อมูลช้า หรือหน้าจอกระตุกในระหว่างรันโปรแกรมก็เป็นได้ หรืออีกอย่าง หากทุกวันนี้ท่านใช้เครื่องพิมพ์งาน เล่นอินเตอร์เน็ต แต่ในอนาคตอาจต้องใช้โปรแกรมด้าน Multimedia ท่านก็ควรเลือกซื้อ Core = I5-I7 เผื่อไว้เลยก็ได้ครับ
การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก (External Device Supported)
ตรวจสอบพอร์ตต่างๆ ให้แน่ใจว่ามีพร้อมสำหรับการนำไปใช้งาน อาทิ USB, HDMI, VGA, Audio, Lan, Wireless, Bluetooth, Card Reader และตำแหน่งต่างๆ ของพอร์ตเหล่านี้ อยู่ในตำแหน่งที่ถนัดมือสำหรับท่านหรือไม่
น้ำหนัก (Weight)
ตัวผู้เขียนเองหนัก 80 กิโลกรัม น้ำหนักของโน้ตบุ๊คที่รับได้ ตามประสบการณ์อยู่ที่ไม่เกิน 2.3 กิโลกรัม เวลาท่านเลือกซื้อโน้ตบุ๊คอย่าลืมลองยกๆ ดูนะครับ แล้วลองจินตนาการตอนท่านถือเจ้าสิ่งนี้ขึ้นรถลงเรือดู ถ้าไหว เรื่องน้ำหนักก็ไม่เป็นปัญหาครับ
การรับประกัน (Warranty)
Standard Warranty ของโน้ตบุ๊คส่วนใหญ่อยู่ที่ 1 ปี บางรุ่นก็ทำโปรโมชั่นแถมเป็น 2 ปี จุดนี้ก็สำคัญครับ หากค่าใช้จ่ายส่วนนี้ท่านพอรับได้ สามารถซื้อประกันเพิ่ม 3-5 ปี พร้อมเครื่องไปเลยก็ได้ครับ ท่านจะสามารถใช้งานเครื่องได้อย่างสบายใจ เนื่องจากอุปกรณ์ทุกชิ้นบนเครื่องมีประกันเรียบร้อยครับ
อีกนิดหนึ่งครับ อย่าลืมตรวจสอบที่ตั้งของศูนย์บริการด้วย เพื่อความสะดวกในการเดินทางไปที่ศูนย์ หรือหากมีงบหน่อยก็ซื้อประกันแบบ Onsite เวลาเครื่องเสีย เพียงโทรแจ้งปัญหา
เจ้าหน้าที่ก็จะมาซ่อมเครื่องให้ถึงบ้านครับ
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อมูลจาก Blog นี้จะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยครับ
หากท่านมีข้อเสนอแนะ ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ
สวัสดีครับ
Read more
 

Workshop Bobooit Copyright © 2011 -- Template created by O Pregador -- Powered by Blogger